เพราะถูกเหยียดหยามว่าเอาแต่พึ่งพาคนอื่น มิเกลตัดสินใจจะใช้ชีวิตของเขาอย่างอิสระด้วยลำแข้งของตนเอง ภายหลังจากการถูกเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดโดยพ่อแม่ บุคลิกภาพอันเป็นสัญชาติญาณดิบของมิเกลก็ปลุกเร้าให้เขาต้องต่อสู้ทะเลาะวิวาทกับทุกๆ คนที่อยู่รอบตัว และทำให้เขาถูกมองว่าเป็นบุคคลอันตรายที่พร้อมจะทรยศทุกๆ คนที่เขารู้จัก
หลังจากการโต้เถียงนับครั้งไม่ถ้วนกับพ่อแม่ เขาตัดสินใจหนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 15ปี และพบที่พำนักในบาร์ที่เขาชอบไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ มิเกลไม่เคยเชื่อใจใครยกเว้นพี่สาวที่แสนอ่อนโยนของเขาเองซึ่งเป็นคนเดียวในโลกที่เขารักและทะนุถนอมยิ่งกว่าใคร เธอมักแอบมาเยี่ยมและดูแลเขาอยู่บ่อยครั้งโดยไม่ให้พ่อแม่รู้เรื่อง จนกระทั่งวันหนึ่งเธอบอกเขาว่าจะแต่งงานทำให้เขาโกรธแค้นจนคุ้มคลั่งและหาทางที่จะฆ่าคู่หมั้นของเธออยู่ตลอดเวลา
ในวันแต่งงานมิเกลยืนร่วมพิธีอยู่ด้านนอกโบสถ์ไม่ต้องการให้พ่อแม่รู้ถึงการมาของเขา ภายใต้ท้องฟ้าสีคราม ที่ดูราวกับเป็นการอวยพรแด่คู่บ่าวสาวฝูงบินจำนวนหนึ่งบินผ่านพิธีแต่งงานไป และไม่ช้าเปลวไฟอันร้อนแรงก็ลุกไหม้โหมกระหน่ำเข้ามาแทนที่บรรยากาศอันชื่นมื่น มิเกลถูกแรงระเบิดกระแทกจนบาดเจ็บสาหัสและเกือบจะหมดสติ แต่เขาพยายามที่จะค้นหาร่างของพี่สาวที่อยู่ภายใต้ซากโบสถ์ด้วยความสิ้นหวัง จนกระทั่งเมื่อเขาพบเธอ มิเกลก็พบว่าพี่สาวของเขาได้ตายไปแล้วภายใต้ชุดเจ้าสาวที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของเธอเอง ณ เวลานั้นมีเพียงเสียงร้องอันวิปโยคของมิเกลที่ดังก้องอยู่ในบริเวณซากโบสถ์นั้น
ต่อมามิเกลได้สืบจนรู้ว่าการทิ้งระเบิดครั้งนั้นเป็นฝีมือของกลุ่มธุรกิจมิชิมะ และด้วยความโกรธแค้นมิเกลจึงสาบานว่าจะล้างแค้นต่อประธานของกลุ่มธุรกิจมิชิมะ จิน คาซามะ ด้วยมือเขาเอง
|