VIDEO By GONGWING

การเข้า โค้งแรก หลังจากทางตรงยาวที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเกิน310 KM/H ซึ่งเป็นทางแคบ 2 ช่องทาง ให้ชิดซ้ายใว้ แล้วสังเกตุกำแพงลูกศรสีเหลืองด้านซ้าย ให้รีบหักพวงมาลัยไปทางขวาด้วยความรวดเร็ว จากนั้นรถจะเริ่มสไลด์และความเร็วลดลง ให้ค่อยๆคืนพวงมาลัยไปทางซ้ายพร้อมกับการเลี้ยงคันเร่ง เมื่อพ้นโค้งแล้วความเร็วจะตกไปอยู่ที่ประมาณ 210 KM/H ควรออกจากโค้งด้วยเกียร์4 ทั้งรถแบบ 6 เกียร์ และ 4 เกียร์


ต่อจากโค้งแรกเข้าสู้โค้งชุดที่ 2 จะเร่งได้ถึงประมาณ 290 KM/H ด้วยรถทั้งแบบ 6 เกียร์และ 4 เกียร์ควรเข้าเกียร์ 5 ใว้ จากนั้นให้รีบหักพวงมาลัยไปทางขวาด้วยความรวดเร็ว จากนั้นรถจะเริ่มสไลด์และความเร็วลดลงอยู่ที่ประมาณ 245 KM/H สำหรับรถ 5 เกียร์ อาจจะต้องลดเกียร์ลงมาอยู่ที่เกียร์ 4 จากนั้นต่อด้วยโค้งซ้าย พยายามหักพวงมาลัยไปทางซ้ายทีละนิดเพื่อประคองรถและระวังไม่ให้ไปชนกับถนนที่ถูกปิดอยู่ทางซ้าย ต่อจากนั้นยังเหลือโค้งขวาอีกเล็กน้อย ช่วงนี้หากควบคุมได้ดีจะมีจังหวะเร่งทำความเร็วออกจากโค้งถึง 280 KM/H


หลุดมาจากโค้งตัว S มาจะเร่งคืนได้ถึงราวๆ 290 KM/H ทั้งรถประเภท 5 เกียร์และ 6 เกียร์ ให้เข้าเกียร์ทิ้งใว้ที่เกียร์ 5 จากนั้นเข้าชิดขวารอจังหวะจนเห็นหัวโค้งทางซ้ายให้รีบหักพวกมาลัยไปทางซ้ายและหักกลับด้วยความรวมเร็ว โค้งนี้ถือว่าเป็นโค้งที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อผ่านออกจากโค้งให้ระวังท้ายรถสะกิดขอบถนนทางขวา หากความคุมได้อย่างแม้นยำ เมื่อพ้นความเร็วจะตกลงไม่ต่ำไปกว่า 260 KM/H

เมื่อผ่านโค้งซ้ายมาแล้ว ก่อนที่จะเข้าสู้โค้งที่ 4 จะมีทางตรงให้ได้เร่งความเร็วกันเล็กน้อย ให้สังเกตุจะมีลูกศรบอกทางสีเขียวให้ตรงไป ตรงนี้จะสามารถเร่งความเร็วได้ถึง 300 KM/H จากนั้นสังเกตุป้ายบอกทางเหลืองให้เลี้ยวขวา โค้งนี้ไม่มีอะไรยาก สามารถเลี้ยวด้วยเกียร์สูงสุดได้โดยไม่ต้องลดเกียร์เลย ความเร็วจะลดลงเพียงเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 280 KM/H แต่ให้ระวังขอบถนนสีขาวแดงทางด้านซ้ายมือตรงนี้เป็นจุดสำคัญ ถึงแม้จะเป็นโค้งที่ง่าย แต่ถ้าหากชนหรือสะกิดขอบถนนตรงจุดนี้จะทำให้เสียโอกาศอย่างมาก เพราะเมื่อหลุดจากโค้งนี้ไปแล้วจะเป็นทางตรงยาว 1.5 กิโลเมตร ที่สามารถเร็วความเร็วได้เต็มที่ก่อนจะถึงโค้งต่อไป


ต่อจากการอัดทางตรงยาว 1.5 กิโลเมตร ด้วยความเร็วกว่า 320 KM/H เข้าสู้โค้งตัว S ที่เป็นโค้งสำคัญมากที่สุดของ HANSHIN OSAKA แห่งนี้ โดยเริ่มจากเบี่ยงเข้ามาทางขวาให้ชิดขอบถนนทางขวาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยหักพวงมาลัยมาทางขวาทีละนิดหน่อยเลี้ยงคันเร่งให้รถทรงตัวอยู่ในเส้นทาง และพยายามอย่าให้สะกิดขอบถนนเด็ดขาด จากนั้นความเร็วจะยังคงเหลืออยู่ที่ 290-300 KM/H ให้รีบหักพวงมาลัยไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว แต่ให้ระวังจะชนขอบถนนทางซ้ายด้วย จากนั้นหักพวกมาลัยไปทางขวาเต็มวงแล้วคืนพวงมาลัยอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการเร่งเครื่องให้เต็ม แต่ควรระวังขอบถนนทางซ้ายอีกครั้งก่อนจะถึงทางร่วม
ส่วนใหญ่จะพลาดกันตรงนี้ครับ เนื่องจากเป็นโค้งที่ใช้ความเร็วสูงจุดสุดท้ายจึงมีแรงเหวี่ยงสูงและยากต่อการควบคุม หากผ่านโค้งนี้ได้ด้วยดีความเร็วจะอยู่ที่ 240-250 KM/H

|